วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เทคนิคการต่อผ้าเฉลียงสำหรับทำกุ๊นขอบชิ้นงาน

เทคนิควิธีการต่อผ้าเฉลียงสำหรับนำไปทำเป็นผ้ากุ๊นขอบชิ้นงานต่างๆ คะ



วิธีการต่อผ้ากุ๊น

1. หันผ้าหน้าผิดขึ้น (ด้านที่วาดเส้นเผื่อเย็บ) ปลายผ้าที่จะต่อกันต้องเฉียงไปในทางเดียวกันตามลูกศร และแนวเผื่อเย็บของทั้งสองชิ้นต้องอยู่ชิดกัน (หรือตรงข้ามกันก็ได้ แต่ต้องไม่อยู่ในแนวที่เหมือนกัน) 

2. ชิ้น B ให้หงายหน้าถูกขึ้น วางซ้อนกันตามรูปให้ได้มุม 90 องศา ลากเส้นตรงจากจุดตัดผ้าสองด้าน แล้วเย็บ

3. เมื่อเย็บเสร็จแล้วพลิกชิ้น A ขึ้นจะได้ตามรูป ขอบผ้ากุ๊นจะเป็นแนวเส้นตรงพอดี

4. และเมื่อพลิกผ้าหน้าผิดขึ้นก็จะเห็นว่าแนวเผื่อเย็บของทั้งสองชิ้นจะต่อเสมอเป็นแนวเดียวกันพอดี

เทคนิคการกุ๊นเข้ามุมโค้ง

เทคนิคการเข้าโค้งบริเวณมุม..จับขอบกุ๊นเสมอกับขอบชิ้นงานพอดี (B) และจะสังเกตุได้ว่าแนวเผื่อเย็บก็ต้องโค้งรับกับแนวขอบเช่นกัน (C) ที่สำคัญคือให้ใช้เข็มหมุดหัวเล็กตรึงยึดแนวบริเวณมุมให้เป็นแนวรัศมีดังรูปแล้วจึงค่อยเย็บตามเส้นเผื่อเย็บ (7 mm) เมื่อตลบสอยไปอีกด้าน เราจะได้มุมโค้งสวยได้รูปคะ


ใยอัดแผ่นชนิดต่างๆ ที่ใช้ในงานควิลท์

ใยโพลีอัดแผ่น..สำหรับทำชิ้นงานควิลท์ต่างๆ แบ่งเป็นหลายชนิดด้วยกัน ...แต่ที่นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างของใยแผ่นที่นิยมทำกระเป๋ากันในปัจจุบัน




-สำหรับใยอัดแผ่นธรรมดาทั่วๆ ไป ทั้งสองด้านจะเหมือนกันคือมีผิวแผ่นใยจะมีลักษณะใยขาวๆ อัดแน่นเป็นแผ่น เวลาลูบจะนุ่มมือเล็กน้อย ใช้สำหรับทำกระเป๋าทั่วๆ ไป ความหนามีหลายชนาด 

- สำหรับใยอัดแผ่นแบบมีลามิเนต..ด้านนึงจะมีลักษณะเหมือนแบบแรก แต่อีกด้านจะมีแผ่นลามิเนตตามรูป...

- ใยสปริงหรือใยเด้งดึ๋ง เป็นใยอีกหนึ่งชนิดที่คนนิยมกันในปัจจุบันเพราะควิลท์ง่ายไม่ต้องออกแรงงัดมากเท่าใยชนิดอื่นที่มีความหนาเท่ากัน มีคุณสมบัติคืนรูป ไม่ห่อตัวสามารถทำไปทำได้ทั้งชิ้นงานเล็ก และชิ้นงานขนาดใหญ่

สำหรับขนาดความหนาของใยอัดแผ่นก็มีหลายขนาดด้วยกัน ..อันนี้เป็นเพียง 3 ขนาดตัวอย่างที่เอ๋นำมาเปรียบเทียบให้ดูถึงความแตกต่างในแต่ละขนาด จริงๆ มันมีความหนาตั้งแต่ 100 – 350 g +++


- ขนาด 350 g จะเป็นขนาดที่มีความหนาเป็นพิเศษใช้ทำชิ้นงานที่ต้องการความอยู่ทรงมาก แต่อาจควิลท์ยากนิดนึง 


- ขนาด 220 g -240 g จะเป็นขนาดที่นิยมใช้กันมากที่สุด เหมาะสำหรับนำมาทำชิ้นงานเล็กๆ จนถึงใหญ่ ควิลท์ไม่ยากมาก และหากต้องการให้อยู่ทรงก็เลือกใช้แบบที่มีลามิเนตด้วยก็ดีคะ


- ขนาด 120g จะค่อนข้างบางมากๆ ใช้สำหรับทำชิ้นงานที่ไม่ต้องการอยู่ทรง หรือใช้ทำกระเป๋าที่ต้องการให้มีรูปทรงพริ้วไหว หรือทิ้งตัว หรือนำมาทำชิ้นงานเล็กๆ อย่างเช่น key cover เป็นต้นคะ
นอกเหนือจากใยดังกล่าวข้างต้นแล้ว..ก็ยังมีใยกาวที่ใช้สำหรับนำมาทำกระเป๋าปิ๊กแป๊ก ใช้สำหรับรีดทับลงบนผ้า ไม่ต้องเนา หรือควิลท์

เทคนิคการเตรียมชิ้นส่วนผ้าสำหรับงานต่อ Patchwork

เป็นคนนึงคะที่ชอบใช้ปากกาเขียนผ้า (แบบลบออกด้วยน้ำหรือความร้อน) สำหรับการวาดแบบและการวาดลายควิลท์ ...แต่ขอบอกว่ามันไม่เหมาะเลยสำหรับงานต่อผ้าแบบ Patchwork .. เพราะอะไรนะเหรอ??

ก็เพราะว่างาน Patchwork ส่วนใหญ่ต้องเตรียมชิ้นส่วนเยอะมากในการต่อลาย หากเราใช้ปากกาวาดเตรียมไว้ ..ต่อได้ไม่ทันได้ถึงครึ่งลาย..รอยปากกาที่วาดไว้ก็จางหายไปซะแร่ะ

ฉะนั้นต้องเทคนิคนี้เลยคะ..เทคนิคที่ได้รับคำแนะนำมาจากครูญีปุ่น ซึ่งครูบอกไว้ว่าที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่นิยมใช้ปากกาซักเท่าไหร่ส่วนใหญ่จะใช้ดินสอในการวาดแบบและวาดลายควิลท์มากกว่า ดินสอที่ใช้ก็คือดินสอธรรมดาทั่วๆ ไปนี่แหละคะ ...หากวาดลายควิลท์ก็จะวาดกันแบบเบาๆ ให้พอเห็นลาย จะไม่เข้มมากนัก

เอาล่ะ..มาดูเทคนิคการเตรียมชิ้นส่วนสำหรับการต่อผ้าดีกว่าคะ ^^




1. นำแบบมาทาบลงบนผ้าหน้าผิด...จากนั้นให้ใช้ปากกาหรือดินสอจุดมาร์คตรงมุมทุกมุม..อย่าลากวาดจุดชนกันเลยทันทีเพราะแรงกดขณะลากเส้นจะทำให้ผ้าขยับตัวไปมามุมผ้าจะเหลื่อมออกไปจากจุดเดิม..เมื่อชิ้นส่วนเหลื่อมไปแค่แม้แต่มิลเดียวก็จะส่งผลถึงลายต่อผ้าโดยรวมให้เบี้ยวได้คะ..นี่คือเทคนิคสำคัญที่ช่วยทำให้ได้ลายต่อผ้าแบบมุมเป๊ะๆ ^^

2. ใช้ดินสอกด หรือเหลาดินสอให้แหลม...ทาบไม้บรรทัดแล้ววาดเส้นตรงของแต่ละมุมให้เชื่อมต่อกัน ..แค่นี้เราก็จะได้ชิ้นส่วนผ้าต่อแบบเป๊ะสุดๆ

3. หลังจากนั้นจึงค่อยวาดเว้นระยะเผื่อเย็บ 7mm แล้วตัดชิ้นส่วนเตรียมไว้ รอยแบบก็จะไม่จางหายไป ..ต่อให้ดองงานไว้นานแค่ไหนลายวาดบนชิ้นส่วนก็ไม่หายเมื่อมีอารมณ์อยากต่อผ้าก็หยิบงานมาทำต่อได้โดยไม่กังวล ...และไม่ต้องกลัวว่าจะมองเห็นดินสอเลอะเทอะเมื่อต่อผ้าเสร็จ เพราะรอยวาดจะซ่อนอยู่ด้านในและต้องประกบ 3 ชั้นเวลาควิลท์ทำให้มองไม่เห็นรอยดินสออยู่แล้วคะ

จากนั้นค่อยนำชิ้นส่วนแต่ละชิ้นไปเย็บต่อเป็นลายต่างๆ และจากข้อ 1 นั่นเองถือเป็นเทคนิคนึงที่จะช่วนทำให้งานต่อผ้าออกมาได้มุมเป๊ะ เพราะแบบชิ้นส่วนวาดได้เป๊ะตั้งแต่แรก..แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอิงกับการเย็บต่อกันด้วยนะคะ เวลาประกบเย็บควรให้มุมผ้าตรงกันด้วย ^^

เทคนิคการกุ๊นขอบมุมแหลมให้สวยงาม

เทคนิคการกุ๊นชิ้นงานที่เป็นมุมแหลมให้ดูสวยงามเรียบร้อยคะ


เทคนิคการแอพฯ งานที่เป็นมุมแหลม

เทคนิคการแอพฯงานที่เป็นมุมแหลม ..อันนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวเอ๋เอง หลายๆ ครั้งมักพบปัญหาว่าเวลาแอพฯ ชิ้นงานที่เป็นมุมแหลมๆ แบบนี้ทำได้ยากมากๆ ไม่นูนหนา ก็ผ้าหลุดรุ่ยไม่ได้รูปทรง เอ๋เลยลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนพบวิธีการนี้คะ



a วาดแนวแอพฯ ลงบนผ้าหน้าถูก บริเวณที่เป็นมุมแหลม ให้ตัดมุมทิ้งแต่อย่าให้ชิดติดกับมุม ให้เว้นห่างออกมาประมาณ 3 mm 

b พับปลายผ้าลง (ทางผ้าหน้าผิด)ให้ชนมุมพอด

c พับขอบทางซ้ายตามแนววาดทบไปด้านหลัง

d พับขอบทางขวาตามแนววาดทบไปด้านหลัง

e จากนั้นนำไปทาบวางบนชิ้นงานที่ต้องการแอพฯ และสอยตามแนววาด

f เมื่อสอยเสร็จเราจะได้งานแอพฯ ที่ทำมุมแหลมสวย ไม่นูนหนา และไม่หลุดรุ่ยคะ

เทคนิคการกลับผ้ามุม V ไม่ให้เกิดรอยรั้ง


เทคนิคการกลับมุม V ไม่ให้ผ้ารั้งตึง

เคยเป็นกันมั๊ยคะเวลาที่เราเย็บชิ้นงานที่เป็นมุมตัววีเวลากลับผ้าออกมาจะพบว่าบริเวณมุมตัวจะย่นนูนไม่ได้รูป



2 รูปบน..เป็นวิธีการที่ผิด ไม่ขลิบมุมก่อนกลับผ้า หรือขลิบน้อยเกินไปเมื่อกลับผ้าออกมาจะพบว่าตรงมุมเป็นรอยย่นไม่สวย

2 รูปล่าง..เป็นวิธีการที่ถูกต้อง ก่อนกลับผ้าให้ใช้ปลายกรรไกรขลิบมุมเข้าไปจนชิดรอยเย็บ (แต่ระวังอย่าให้ขลิบโดนด้าย) เมื่อกลับผ้าออกมา ตรงมุมจะสวยเข้ามุมได้รูป ไม่มีรอยย่นเลยคะ